บล็อก.ปันเจ

บทความโดย ในหมวด สัพเพเหระ

อาจจะเป็นประเด็นเล็กๆ แต่น่ารำคาญใจมากโดยเฉพาะคนที่มีอาการ OCD ประเภทเห็นอะไรเบี้ยวแล้วอึดอัด ไม่รู้ว่าคน design Yosemite เค้าไม่ได้ใส่แว่นหรืออย่างไร ปัญหาของมันคือปุ่ม close ปุ่มนี้ ใครที่ใส่แว่นสามารถทดลองได้ด้วยการหันหัวไปทางซ้ายหรือขวา แล้วใช้แค่หางตามองกลับมาที่จอ จะพบว่าตำแหน่งของกากบาทจะขยับไปตรงข้ามกับทิศทางที่เราหัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Chromatic aberration พบเจอได้บ่อยในกล้องถ่ายรูป บริเวณขอบของภาพ จะมีการหักเหของแสงคนละความถี่ที่แตกต่างกัน พอลองค้นหาดูก็พบว่ามีคนเป็นเหมือนกัน ถึงขั้นทำการทดลองด้วยการใช้กล้องถ่ายรูปเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว ด้วยความที่ปุ่มนี้มักจะอยู่มุมซ้ายบนของสายตา ทำให้กากบาทที่เห็นจะเลื่อนไปอยู่มุมซ้ายบน สร้างความอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด ไอที

พูดถึง Apple Pay บางคนอาจจะบอกว่าลอก Google Wallet มา ดูเผินๆ อาจจะใช่ แต่เมื่อขุดลึกเข้าไปถึงกระบวนการทำงานแล้วจะพบว่า Apple Pay นั้นคิดมาดีมาก ดีระดับที่จะเปลี่ยนวงการ mobile payment ได้เลยทีเดียว ปัญหาหลักของ mobile payment ด้วย NFC คือปัญหาความปลอดภัย เพราะการสื่อสารผ่าน NFC นั้นไม่มีความปลอดภัยเอาเสียเลย สามารถถูกดักฟังกลางทางได้ สามารถปลอมเครื่องอ่านให้จ่ายเงินเข้ากระเป๋าผู้ปลอมแปลงก็ได้ ครั้นจะเก็บข้อมูลบัตรเครดิตไว้ที่ server ผู้ใช้ก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ NFC payment ถึงยังไม่เกิดซักที แต่ Apple สามารถคิดระบบที่ตอบปัญหาทั้งหมดได้ แถมเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้มากกว่าใช้บัตรเครดิตจริงๆ รูดซะอีก พูดไปหาว่าโม้ เรามาดูกระบวนการทำงานกันเลยดีกว่า เริ่มจากถ่ายภาพของบัตรเครดิตด้วยกล้อง ข้อมูลบัตรเครดิตจะถูกเก็บไว้ในชิปที่เรียกว่า Secure Element เป็นการเข้ารหัสข้อมูลระดับ hardware ซึ่งถ้ามีผู้ไม่หวังดีมาแงะเครื่องหวังเอาข้อมูลบัตรเครดิต ตัวชิปก็จะทำลายข้อมูลตัวเองทิ้ง หรือถ้าเราทำมือถือหาย ก็สามารถล้างข้อมูลใน Secure Element ระยะไกลได้ เรียกได้ว่าข้อมูลตรงนี้ปลอดภัยกว่าบัตรที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เราแน่นอน จากนั้นตัว Secure Element จะไปติดต่อกับ token vault ของบัตรเครดิตนั้นๆ เช่น Visa หรือ MasterCard เพื่อขอ one-time token มา ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ Apple Pay ต่างจากระบบอื่นๆ และ Visa ก็มีการเปิดตัว Visa Token Service พร้อมกันกับการเปิดตัว Apple Pay หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ ก็จะไม่มีใครได้รหัสบัตรจริงๆ ของเราไป ซึ่งการติดต่อกับ token vault

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด ไอที

วันนี้ส่งธีสิสเสร็จแล้ว เลยอยากจะเอามาให้ดูกัน เป็นผลงานจากการที่มาอยู่ญี่ปุ่นสองปี (เขียนจริงๆสองอาทิตย์) ไม่ใช่งานวิจัยที่มี impact อะไรมาก แต่ก็ตั้งใจทำเต็มที่ แต่หลังจากนี้คงเบื่องานวิจัยไปอีกนาน กลับไปทำเว็บต่อดีกว่าาาา

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด อาหารการกิน

วันนี้เด็กดอยเข้าเมืองไปแอ่วชิบูย่ามา เลยถือโอกาสไปลองร้านข้าวมันไก่ที่เพิ่งเปิดเมื่อวานหน่อย ไปถึงตอนเที่ยง เดินจากสถานีชิบูย่าไปประมาณ 10 นาที ก็จะเจอธงไทยเด่นอยู่หน้าร้าน สังเกตว่าพนักงานใส่เสื้อสีชมพู ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้านโกอ่างที่ประตูน้ำ อีกฝั่งนึงของฟุตบาทจะมีคนต่อแถวอยู่ ที่ญี่ปุ่นจัดระเบียบแถวได้ดีมาก จะไม่มีการกีดขวางเส้นทางสัญจร สอบถามได้ความว่าประมาณชั่วโมงครึ่งกว่าจะได้กิน ซึ่งไม่ทันเวลาธุระ เลยไว้ค่อยมากินตอนเย็น อันนี้เป็นป้ายเมนูหน้าร้าน เรียบง่ายมาก มีเขียนว่าขอผักชีได้ฟรี ญี่ปุ่นมีทั้งคนชอบและไม่ชอบผักชี ในอัตราส่วนที่น่าจะใกล้เคียงกับไทย ที่น่าสนใจคือเวลาพูดถึงผักของเมืองไทย คนญี่ปุ่นจะนึกถึงผักชี และจะคิดว่าคนไทยทุกคนชอบกินผักชี พอถึงตอนเย็นตอนสี่โมง มากับรุ่นน้องเมพทำงานกูเกิ้ล หน้าร้านว่างไม่มีคน เลยตกใจกลัวว่าร้านจะปิด พอมาถึงมีป้ายเขียนอยู่ว่า 17:00より100食限定で販売いたします。 หลังห้าโมงเย็นขาย 100 จานหมดแล้วหมดเลย (เข้าใจว่าจำกัดแค่ช่วงนี้ เพราะร้านเพิ่งเปิดได้สองวัน จึงอาจจะคำนวณปริมาณพลาด) อัยย่ะ เลยติดสินใจกันว่าจะยืนรอ พอใกล้ๆห้าโมงเท่านั้นแหละ คนเต็มเลย (ที่ต้องเบลอหน้าเพราะไม่ได้ขออนุญาตถ่ายรูป ทั้งแบบปากเปล่าและแบบเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ญี่ปุ่นกฎหมายการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวค่อนข้างแรง นักท่องเที่ยวบางคนอาจจะไม่ทราบ โพสลงเฟสไม่น่าเป็นไร แต่ถ้าอัพลงบล็อกต้องขออนุญาตก่อน) พอห้าโมงพนักงานก็จะเชิญให้เข้ามาในร้าน มีพนักงานคนไทยด้วย แต่เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นที่ซื้อแฟรนไซส์มา เมนูจะคล้ายกับป้ายหน้าร้าน ในเซ็ตมีข้าวมันไก่ ส้มตำ แล้วก็ซุป สนนราคา 850 เยน ถ้าพิเศษก็ 900 เยน ก็เลยสั่งพิเศษมา รอไม่นานก็มาเสิร์ฟ ส้มตำเฉย ๆ นะ อาจจะเพราะไม่ได้ตำในครก และรสชาติอ่อนๆ เมนูนี้เป็นแนวเครื่องเคียง ตอนสั่งเลือกได้ว่าจะเอาส้มตำหรือสลัด ซุปเหมือนที่ไทยเลย หอมซุปกระดูกไก่ เสียอย่างเดียวคือไม่มีฟัก น้ำจิ้มพอชิม ๆ ดูตอนแรกแล้วรู้สึกไม่ค่อยเหมือนที่ไทย หลังจากนั้นข้าวมันไก่ก็มา เป็นเนื้ออกกับน่องประมาณ 60:40 คาดว่าคงจะเฉลี่ย ๆ กันไป ตอนแรกชิมน้ำจิ้มเปล่า ๆ แล้วรู้สึกไม่เหมือนที่ไทย แต่พอกินกับไก่แล้วก็รู้สึกว่ามันเหมือนกัน เลยสรุปว่าที่คิดว่าไม่เหมือนเพราะไม่เคยกินน้ำจิ้มเปล่า ๆ มาก่อน สำหรับข้าวมันกับไก่ตอนก็เหมือนกับที่ไทยเลย แอบมองในครัวมีเครื่องปรุงจากไทยครบ ทั้งข้าวหอมมะลิ น้ำปลา

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด สาระไอที

NodeJS เป็นภาษาที่ถูกกล่าวถึงอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องความเร็ว ที่เหนือกว่าทั้ง php, python หรือภาษาอื่นๆ ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติของภาษา JavaScript ที่ออกแบบมาให้ทำงานแบบ asynchronous (ภาษาไทยเก๋ๆ เรียกว่า แบบไม่ประสานเวลา) ตั้งแต่แรก ทำให้ประสิทธิภาพของ NodeJS นั้นดีกว่าภาษาที่ทำงานแบบ Synchronous

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด การเงิน

ตั้งแต่ TFEX ออกผลิตภัณฑ์ Mini SET50 Index Futures ทำให้เม่า ๆ อย่างเรามีกำลังทรัพย์พอที่จะไปเทรดกับเค้าบ้าง แต่ว่าถ้าเทรดแบบเม่า ๆเราก็จะโดนเจ้ากินเรียบ ยิ่งเป็น TFEX ที่เค้าบอกไว้ว่าเหมือนบ่อนยังไงยังงั้น เราจึงต้องใช้เครื่องมืออย่าง Systematic Trading เข้ามาช่วย Systematic Trading คืออะไร Systematic Trading หรือการซื้อขายอย่างเป็นระบบคือแขนงหนึ่งในการวิเคราะห์แบบเทคนิคคัล คือไม่อิงปัจจัยพื้นฐาน งบการเงิน แต่จะอิงจากราคาตลาด ซึ่งเอามาคำนวณเป็น indicator ต่างๆ อีกที ซึ่งสายเทคนิคคัลนี้มาจากฐานความเชื่อที่ว่า ข่าวคือสิ่งที่เรารู้ แต่ราคาตลาดสะท้อนมาจากทั้งสิ่งที่เรารู้และไม่รู้ เช่นข่าววงในเป็นต้น (ตัวอย่างข่าววงใน) นักวิเคราะห์สายนี้ก็ใช้วิธีจับเอาราคาตลาด วอลุ่ม มาประมวลผลด้วยวิธีต่าง ๆ ในแบบที่ตนเชื่อและถนัด ออกมาเป็นแนวโน้มของราคาหลักทรัพย์ โดยซื้อขายตามผลการวิเคราะห์ของตนเอง

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด สาระไอที

ช่วงนี้คำว่า MEAN Stack นั้นค่อนข้างเป็นที่พูดถึงบ่อยในวงการพัฒนาเว็บไซต์ แต่ว่ามันคืออะไรกัน แล้วทำไมเราถึงควรเปลี่ยนมาใช้ MEAN Stack แทนการพัฒนาเว็บแบบเดิมๆ ปัจจุบัน เว็บส่วนใหญ่รันอยู่บน LAMP Stack ซึ่งประกอบไปด้วย Linux, Apache, MySql, PHP ซึ่งในสมัยก่อนนั้นได้รับความนิยมอย่างสูงเนื่องจากทุกตัวล้วนฟรีและเป็น Open-source และความนิยมในสมัยก่อนนั้นก็ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน โดยสามารถเห็นได้จาก CMS ยอดนิยมทั้งหลายก็ใช้ LAMP Stack เป็นหลัก (แต่ก็อาจจะเป็น WAMP หรือ LAPP ก็ได้) แต่วงการพัฒนาเว็บไซต์นั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะทั้งทางฝั่ง Front-end ซึ่งใช้ HTML, CSS, JavaScript หรือฝั่ง Back-end ซึ่งมีภาษามากมายให้เลือกใช้งาน

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด สัพเพเหระ

สำหรับโพสนี้เป็นเรื่องของ Android App ที่ใช้สำหรับ Authen NirasNet (หรือ NirasNet-S) โดยที่ไม่ต้องมากรอกรหัสใหม่เรื่อยๆเพราะ Session หลุดไปแล้ว ไม่มีอะไรมาก ใครใช้ Android ก็โหลดไปได้เล้ยยยยย หมายเหตุ (ปกติเค้าทำตัวเล็กๆ แต่เราเน้นตัวควายๆ) โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรม Android ตัวแรกของ PanJ Production ดังนั้นท่านจึงมั่นใจได้ในความสดใหม่อ่อนหัดของผู้พัฒนา หากมีปัญหาสามารถแจ้งได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะแก้ได้หรือไม่ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ หากต้องการขอบคุณผู้พัฒนา ก็สามารถช่วยกดได้ตอน Login เข้าระบบเสร็จแล้ว ปล. ต้องตั้งค่า Wireless ไม่ให้ sleep เมื่อจอดับ(ห้ามผวน)ด้วยนะครับ  

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด อินเตอร์เน็ต, ไอที

หายหน้าหายตาไปนาน วันนี้กลับมาเขียนอะไรที่มีสาระซักหน่อย สำหรับชาวจุฬาฯคงจะคุ้นเคยกับ NirasNet เป็นอย่างดี แต่ทว่ารู้หรือไม่ว่าข้อมูลที่ส่งผ่าน NirasNet นั้นสามารถถูกดักฟังโดยใครก็ได้ ถ้าคุณส่งข้อมูลสำคัญโดยไม่ใช้ https แล้วล่ะก็ ข้อมูลของคุณอาจตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดีก็ได้ NirasNet-S จึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ NirasNet-S เป็น Wireless Network ที่เข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านสัญญาณไร้สาย และมีการ Authentication ที่ Server ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาให้เครือข่ายนี้จะได้รับความปลอดภัยจากการดักฟังข้อมูล Windows สำหรับวิธีการ configure เครื่องเพื่อต่อ NirasNet-S นั้นมีดังนี้ (ขอกล่าวสำหรับ Windows 7 เป็นหลัก) สามารถทำได้เลยแม้ไม่มี NirasNet-S อยู่ในระยะ ไปที่ Network and Sharing Center ที่แถบด้านซ้ายจะมี Menu Manage wireless networks กด Add เพื่อเพิ่ม Network ใหม่  เลือก Manually create a network profile Network name กรอก NirasNet-S ลงไป และเลือก Security type เป็น WPA2-Enterprise สำหรับ Encryption type ให้เลือกเป็น AES และกด Next เมื่อเพิ่มเรียบร้อยแล้วให้กด Change connection settings และไปที่แถบ Security ให้ใช้การตั้งค่าตามในรูป ไปที่ Settings และติ๊ก Validate server certificate ออก กด

อ่านต่อ >

บทความโดย ในหมวด ไอที

ไปถอยกล้องเว็บแคมระดับ High-end ของ Logitech มา นั่นก็คือรุ่น HD Pro C910 ซึ่งจะต้องเอามาใช้ทำโปรเจ็กต์ เลยเอามารีวิวคร่าวๆ ตัวกล้องนั้นสามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียด Full HD ส่วนภาพนิ่งถ่ายได้ 10 Megapixels ใช้เลนส์ Carl Zeiss พร้อม Auto Focus (ที่ระยะใกล้มาก) และมาพร้อมกับไมโครโฟนคู่ เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่มีความสามารถครบเครื่องจริงๆ ในโพสต์นี้จะไม่รีวิว Software นะครับ เพราะไม่ได้ใช้ใน Project ทีนี้เรามาดูภาพที่สภาพแสงต่างๆกันดีกว่า เริ่มจากสภาพแสงที่เพียงพอจากภาพตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าออกมาคมชัดทีเดียว สำหรับภาพในสภาพแสงต่ำถึงปานกลาง ได้ภาพออกมาดังนี้ สำหรับระยะโฟกัส ใกล้มากๆ เห็นรูขุมขนเลยทีเดียว จบแล้วสำหรับรีวิวคร่าวๆ หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ เพิ่มเติม ลงภาพรีวิวสำหรับสภาพแสงที่สว่างขึ้น จะเห็นได้ว่าภาพที่ได้จากสภาพแสงที่สว่างขึ้นนั้นไม่ต่างกันมาก แสดงว่ากล้องตัวนี้สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดี ซึ่งก็เป็นสมบัติที่จำเป็นของกล้องเว็บแคม เพราะส่วนใหญ่จะใช้ในห้องเท่านั้น    

อ่านต่อ >